“เรือใบสีฟ้า” แมนซิตี้ต้องการกลับเข้าฟอร์มแน่ หลังจากทำได้เพียงเสมอฮัดเดอร์ฟิลด์ 0-0

 

ในศึกเอฟเอคัพเกมที่แล้ว ตัวเจ็บมีแวงซอง กอมปานี กับกาเบรียล เฮซุส  แนวรุกนำโดย กุน อเกวโร่ ตัวสนับสนุน 3 คนมี ซิลบา, เดอ บรอยน์ และซาเน่ กลางรับ ใช้เฟอร์นานดินโญ่ กับยาย่า ตูเร่”ราชันชุดแดง” โมนาโกทำได้เพียงเสมอบาสเตียวันศุกร์ที่ผ่านเช่นเดียวกัน แต่ยังนำห่างอันดับสองเปแอสเชในลีกได้ 3 แต้ม ตัวเจ็บมีบอสชิเลย ส่วนเจเมอร์สันติดโทษแบน แนวรุกจดเต็ม ฟัลเกาคู่กับ เจอร์แมน แดนกลางมี “เมสซี่น้อย” แบร์นาโด้ ซิลวา กับ เลมาร์ 2 ห้องเครื่องใช้ ฟาบินโญ่ และ บากายาโก้ทรรศนะ :  เกมในบ้าน แมนซิตี้ฟอร์มแข็งแกร่งไม่แพ้มา 6 นัด ชนะได้ถึง 4 เกม ส่วน สถิติเกมเยือน โมนาโกไม่แพ้มา 7 นัด ชนะได้ 5 เกม และมีจุดเด่นที่ความเหนียวแน่นแพ้ยากตามของ “เลอานโดร ยาร์ดิม” ภาษีไม่หนีกัน ผลเสมอแบบยิงกันเยอะเป็นไปได้สูง “มังกรน้ำเงิน” ปอร์โต้ยังไม่ชนะยูเวนตุส ติดต่อกัน 3 นัดล่าสุดที่เจอกัน เป้าหมายเกมนี้ไม่ชนะต้องไม่แพ้ ความมั่นใจยังมีแน่ วันนี้ไม่มีใครเจ็บเลยสักคน แนวรุกนำโดย จอร์ต้า กับ ซิลวา ตัวสนับสนุน 3 คนเป็นบราฮิมิ โคโรน่าและ ตอร์เรส ปล่อยให้ เปเรร่ายืนปัดกวาดหน้าแผงหลัง”ม้าลาย” ยูเวนตุส แพ้ 4 จาก 11 เกมล่าสุดที่เจอทีมจากฝั่งโปรตุเกส แต่ทั้งหมดเกิดขึ้นจากเกมเจอเบนฟิก้า  วันนี้รอลุ้นเช้กความฟิตของ คิเอลลินี่ กับอันเดรีย บาร์ซาญี่เท่านั้น กองหน้าเกมนี้ใช้ อิวาอินเจ้าเก่า พร้อม 3 ตัวสนับสนุนสุดโหด กวาดราโด้ มานซูคิชและเปาโล ดีบาล่า ห้องเครื่องใช้ปานิชกับเคดิร่าทรรศนะ : สถิติปอร์โต้เปิดบ้านไม่แพ้ทีมจากอิตาลีติดต่อกัน 7 นัด ส่วนทางยูเว่สถิติตอนนี้ลูกทีมบอส แม็กซ์ อัลเลกรีชนะติดต่อกัน 7 เกมติดและไม่แพ้ 8 นัดล่าสุด ในศึกยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก  ภาษีผ่านเข้ารอบสูง แต่เกมนี้น่าจะทำได้เพียงแค่เสอมกับเจ้าบ้านเท่านั้น”ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่าเก็บชัยได้ก่อนในเกมแรกด้วยสกอร์ 0-1 ความมั่นใจเต็มเปี่ยมกับการได้กลับเล่นต่อหน้าแฟนบอล วันนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แนวรุกนำโดน บาบาการ์ ที่มี เบเนเดสชี่กับบาเรโร่ คอยสนับสนุนเกมรุก ตัวตัดเกม 2 คนใช้เวซิโน่ และบาเดลจ์ วิงเป็น 2 ฝั่งได้แต่ โอริเวียร่า เคียซ่า”สิงห์หนุ่ม” มึนเช่นกลัดบัคไม่แพ้นอกบ้าน 4 เกมติด แถมไม่เสียซักประตู ในลีก แต่ในยูโรป้า พวกเขาแพ้ 3 นัดล่าสุด ตัวเจ็บยังเยอะ ไล่ตั้งแต่ ชูลซ์ ตราโอเล่ โคโล่ และดูคูเร่ หน้าคู่วันนี้เป็น ธอร์กองอาซาร์กับสตรินเดิล ปีก 2 ฝั่งเป้นแฮร์มันน์ และจอห์นสัน  ห้องเครื่อง 2 คนเป็นคาร์เมอร์ กับดาฮูดทรรศนะ : เกมนี้ต้องยอมรับว่า เจ้าบ้านได้เปรียบมากกว่าทั้งกว่าทั้งประตูทีมเยือน เพราะการแพ้ในบ้านของ “กลัดบัค” นั้นสร้างรอยแผลใหญ่ เอาไว้ นอกจากนี้การได้เล่นในอาร์เตมิโอ ฟรังคี่ ด้วยแรงใจจากแฟนบอลเจ้าถิ่นอย่างน้อยน่าจะเสมอ แบบสุดมัน

 …

รางวัลนักเตะดีเด่นของเด็กผีประจำฤดูกาล 2017

 

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2017 ที่ผ่านมาสโมสร “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ได้จัดงาน  Player of the Year 2017 Awards หรือการมอบรางวัลนักเตะดีเด่นประจำปีของนักเตะ”ผีแดง”  นั้นเอง ซึ่งภายในงานนั้น ก็มีนักเตะปัจจุบัน และ อดีตนักเตะที่เคยลงเล่นให้กับแมนยูมาก่อน โดยงานนี้มีทั้ง พอล ป็อกบา ที่พึ่งกลับมาจากงานศพคุณพ่อที่เสียชีวิต ส่วน ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ได้มาร่วมงานด้วย เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เข่าขวา จึงไม่ได้มาร่วมงาน

โดยรางวัลแรกเป็นรางวัลใหญ่ Player of the Year หรือ นักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรประจำปี 2017 โดยให้ชื่อว่า The Sir Matt Busby Award โดยให้เกียรติ Sir Matt Busby กุนซือที่สามารถชุบทีม ให้ได้แชมป์ลีก และแชมป์ยุโรป และเขาก็เป็นผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์เครื่องบินตกที่เมือง มิวนิก ประเทศเยอรมันอีกด้วย ทางสโมสรจึงให้ชื่อเขาเป็นชื่อรางวัลในครั้งนี้ ซึ่งผู้ที่ได้รางวัลนี้คือ “อันเดร์ เอร์เรรา” นักเตะชาวสเปนิช ซึ่งปีนี้เล่นได้โดดเด่นมาก จากการที่มีโอกาสได้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้ทุ่มเท และทำผลงานที่ดีในฤดูกาลนี้ ครองใจเด็กผีทั่วโลก เหนือนักเตะรุ่นพี่อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช อีกด้วย

รางวัลถัดไปคือ Players’ Player of the Year หรือ รางวัลที่นักเตะแมนยูโหวตให้นักเตะแมนยูด้วยกันเอง ผู้ที่ได้รางวัลนี้ไปคือ “อันโตนิโอ วาเลนเซีย” จากที่เจ้าตัวเคยเล่นในตำแหน่งปีกขวา ในฤดูกาลนี้ได้ลงมาเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา ซึ่งทำผลงานได้ดี มีระเบียบวินัย มีแรงวิ่งขึ้นวิ่งลงได้ไม่มีหมด ก็เลยชนะใจเพื่อนๆ ได้รางวัลนี้ไปครอง

รางวัล Goal of the Year หรือ รางวัลลูกยิงยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล 2016-17 ซึ่งผู้ที่ได้รับรางวัลรี้คือ “แฮนริค มติทาร์ยาน” จากลูกยิงท่า “Scorpion” หรือ แมงป่อง ที่ยิงใส่ทีม ซันเดอร์แลน ในศึกพรีเมียรลีกในเดือน ธันวาคม ที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องที่ดี โดยปีแรกที่รับใช้สโมสร ก็ได้รางวัลมาครอบครองแล้ว

รางวัลชุดสำรองของสโมสร  Reserve Team Player of the Year หรือนักเตะชุดสำรองยอดเยี่ยมของสโมสร ผู้ที่ได้รับรางวัลนี้ไปคือ “เอ็กเซล ทวนเซเบ้” เด็กเตะดาวรุ่งวัย 19 ปี จากประเทศคองโก ที่เล่นเป็น มิลฟิลด์ ตัวรับ

รางวัลสุดท้ายคือ Youth Team Player of the Year หรือ รางวัลนักเตะชุดเยาวชนยอดเยี่ยม  ผู้ที่ได้รางวัลนี้ไปคือเจ้าหนู “ อังเคล โกเมซ” เป็นตัวรุก วัย 16 ปี ลูกครึ่งอังกฤษ-โปรตุเกส และเขาก็เป็นญาติกับ “หลุยส์ นานี“อดีตนักเตะแมนยูอีกด้วย โดยฤดูกาลที่ผ่านมาเขาได้ลงเล่นให้กับชุด U-18 จำนวน 10 นัด เขาสามารถยิงประตูได้ถึง 5 ลูก และทำได้อีก 3 แอสซิส ซึ่งเป็นที่น่าสนใจและทำผลงานที่ดี เขาจึงได้รางวัลนี้ไปครองอย่างไม่แปลกใจ

 …

ไฮไลท์ฟุตบอล! ทัพแยงกี้ทุบกล้วยหอม2-0ทะลุรอบรองฯโกลด์คัพ

 

ไฮไลท์ฟุตบอลวันนี้ไปกันที่คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ เกมการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ ทีมคอสตาริก้าลงดวลกับสหรัฐอเมริกา กุนซือออสการ์ รามิเรซของคอสตาริก้า มีไบรอัน รุยซ์เพลย์เมกเกอร์กัปตันทีมลงปั้นเกม แนวรุกหวังพึ่งมาร์โก้ อูเรนญ่า ทัพลุงแซมสหรัฐอเมริกามี โอมาร์ กอนซาเลซลงคุมแนวรับ ทีเด็ดเกมรุกหวังพึ่ง โจซี่ อัลติดอร์และจอร์แดน มอร์ริส

เริ่มเกมเจ้าภาพได้ลุ้นตั้งแต่ยังไม่ครบหนึ่งนาที เมื่อ จอร์แดน มอร์ริส หลุดไปวอลเลย์เต็มเท้าบอลชนเสาสนั่นแต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าไปแล้ว

หลังจากนั้นทั้งสองทีมเปิดแลกกันสนุกนาที 36 คอสตาริก้าได้เสียว เมื่อไบรอัน รุยซ์ลากเลื้อยมาหน้าเขตโทษก่อนดีดบอลต่อให้มาร์โก้ อูเรนญ่าหลุดไปจับบอลในเขตโทษ ก่อนตวัดยิงเร็วแต่ทิม ฮาวเวิร์ดออกมาปิดมุมเร็วสกัดไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ครึ่งหลังเริ่มมาได้ 6 นาทีแฟนเจ้าภาพน่าจะได้เฮ เมื่อปาทริค เปมเบร์โดนมือกาวกล้วยหอมออกจะสกัดบอลพลาดจนเสียตำแหน่ง สหรัฐฯฉวยโอกาสเปิดบอลไปลุ้นหน้าเขตโทษที่ไร้ผู้รักษาประตูแต่โจซี่ อัลติดอร์แนวรุกแยงกี้โถมโหม่งไม่โดนบอล

นาที 62 สหรัฐฯได้สวนกลับเร็ว พอล อาร์ริโอล่าทำชิ่งกับ อัลติดอร์ หลุดไปทางฝั่งซ้ายก่อนตัดสินใจเปิดไปลุ้นหน้าประตูแต่บอลแรงเกินไปทำให้ อัลติดอร์ เข้ามาชาร์จไม่ได้

นาที 70 ยังเป็นเกมบุกของทีมลุงแซม คลินท์ แดมพ์ซี่ย์ตัวสำรองไหลบอลให้ เคลีน อกอสต้าวิ่งมาหวดยิงเต็มเท้าแต่บอลก็ยังไม่ผ่าน ปาทริค เปมเบร์โดนผู้รักษาประตูคอสตาริก้า

แต่เพียงสองนาทีถัดมาแฟนบอลเจ้าภาพก็ได้เฮสมใจไฮไลท์ฟุตบอลสกอร์แรกของเกม เมื่อคลินท์ แดมพ์ซี่ย์ได้บอลบริเวณกลางสนามก่อนโชว์ทักษะแตะหลบผู้เล่นคอสตาริก้าสองคนแล้วจ่ายทะลุช่องให้ โจซี่ อัลติดอร์ หลุดไปยิงสวนตัวผู้รักษาประตู เปมเบร์โดน เข้าไปซุกตาข่ายเป็น 1-0

นาที 81 สหรัฐก็ทำประตูหนีห่างไปอีกจนได้ไฮไลท์ฟุตบอลประตูที่สองของเจ้าภาพ มาจากลูกฟรีคิ๊กหน้ากรอบฝั่งขวา คลินท์ แดมพ์ซี่ย์บรรจงปั่นอ้อมกำแพงกระดอนพื้นหนึ่งจังหวะเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างงดงามให้ทีมลุงแซมนำสบายใจที่ 2-0

ท้ายเกมช่วงทดเวลาคอสตาริก้ายังไม่ยอมแพ้เมื่อเปิดลูกตั้งแต่ไปลุ้นหน้าปากประตู ฟรานชีสโก้ กัลโว้พยายามสอดมาโหม่งแต่เข้าไม่ถึงบอล ทำให้หมดเวลาการแข่งขันสหรัฐฯเอาชนะคอสตาริก้าไป 2-0 เจ้าภาพจะได้เข้าไปเล่นต่อในรอบรองชนะเลิศต่อไป แล้วกลับมาพบกับไฮไลท์ฟุตบอลลีกดังได้ทุกวันที่นี่  ไฮไลท์ฟุตบอลสดใหม่ ทันใจ ต้องที่นี่ทีเดียวเท่านั้น…

“สมันแดง-น้ำเงิน” โอซาซูน่า แพ้ในลีก 6 เกมติด

อันดับร่วงรั้งท้ายตาราง ห่างโซนปลอดภัย 5 แต้มตัวเจ็บมีดิการ์ โรเมโร่ และพี่น้องฮาเวียร์กับมิเกล ฟลานโญ่ แถมต้องลุ้นเช็คความมิตของฟราน เมริด้า แนวรุกวันนี้ใช้ริเอร่าและเลออน ปีกเป็นเบเรนเกอร์กับ ตอร์เรส ส่วนตัวคุมเกมเป็นฟาอุสโต้กับเคาซิช”เดอะแบทแมน” โอซาซูน่า แพ้ในลีก 6 เกมติด อันดับร่วงรั้งท้ายตาราง ห่างโซนปลอดภัย 5 แต้ม วันนี้มีกานเซโลตัวเก่งที่ติดโทษแบบ การายเจ็บลงไม่ได้ ส่วนอับดับไปเนชั่นคัพ แนวรุก 3 ประสาน มูเนียร์ นานี่ และโรดริโก้ กลาง 3 คนได้แก่ ปาเรโฆ ซัวเรส และเอ็นโซ่ เปเรซ ทรรศนะ : เมื่อเปิดปูมสถิติ โอซาซูน่า แพ้ในลีก 6 เกมติด อันดับร่วงรั้งท้ายตาราง ห่างโซนปลอดภัย 5 แต้ม  ส่วน บาเลนเซีย ไม่แพ้ โอซาซูน่า 8 นัดล่าสุด จากทุกรายการแข่งขัน และเสียนอกบ้านอย่างน้อย 2 ประตู 3 นัดล่าสุด ในลีกลาลีกาสเปน แต่วกเขาน่าจะบุกมาเอาชัยได้ไปแบบเฉือนๆ”ปีศาจแดง” ช่วงนี้มาแรงจริงๆ ชนะติดต่อกันมาหลายนัดแถมล่าสุดตบเด็ก “เรดดิ้ง” ไป 4-0 ในทีมตอนนี้ไม่มีใครเจ็บ มีเพียงแค่ เอริก ไบญี ที่ไปทำศึกเนชั่นคัพเท่านั้น  นำทัพ เกมรุกแดนกลางโดย เจสซี ลินการ์ด, เวย์น รูนีย์ , ฆวน มานูเอล มาต้า และมาร์คัส แรชฟอร์ด”เสือน้อย” อาการไม่ค่อยดี แถมไมค์ ฟีแลนก็โดนเด้งไปแล้วด้วย แต่ลาสุดในเอฟเอคัพพวกเขาเอาชนะ สวอนซีมา 2-0  โอดูบาโย่ , บรูซ , เอร์นานเดซ, เลเอร์ , เลนิแฮน และวิล คีนยังนัดกัน ด้านเกมรุกคาดส่ง โมดู บาร์โรว์ , กิลฟี่ ซิกูร์สสัน , เวย์น เร้าท์เลดจ์ และยอเรนเต้ ทรรศนะ : ทั้ง 2 ทีมต่างมีชนักติดหลัง เจ้าบ้านมีเกมแดงเดือดกับลิเวอร์พูลในวันอาทิตย์ ส่วนทีมเยอืนนั้นต้องมาลุ้หนีตกชั้น แต่อย่างไรก็ตามเจ้าบ้านมีสมดุลทีมที่ดีกว่าและน่าจะใช้ผู้เล่นจากเกมเอฟเอคัพต่อเพราะไหนๆ ตัวจริงแบบป็อกบา หรือสลาตัน ก็น่าจะได้พักต่อ และ “ผีแดง” ชนะ”นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน ฟอร์มไม่นิ่ ลูกทีมบอส Claude Puel ชนะได้เพียง 2 เกมจาก 9 นัดล่าสุด จากทุกรายการแข่งขัน และแพ้ 3 จาก 4 นัดล่าสุด ตัวเจ็บอาน ออสติน บูฟาล ทาร์เก็ต ปีเอ็ด ส่วนฟอนเต้นั้นอาจย้ายทีม แนวรุกนำโดย ลอง เรดมอนด์และดูซาน ทาดิช กลางมีเดวิ โรเมอู ฮอยด์เบิร์ก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เสมอ พลีมัธ 0-0 ไม่ได้ตามเป้าของแฟนบอลหงส์แดง แต่บอส เจอร์เก้น คล๊อปป์ ได้พักนักเตะเกิอบเต็มทีม ภาษีชัดเจนเป็นต่อค่อนข้างเยอะ ตัวเจ็บมีเพียงแดนนี่ อิงก์ และซาดิโอ มาเน่ไปทำศึกเนชั่นคัพ วันนี้จะเป็นชุดผสม 3 กองหน้าใช้ โอริกี้ อัลลาน่า และสเตอร์ริดจ์ กลางมีไวนัลดุม ชาน และเอยาเรียทรรศนะ : เซาธ์แฮมป์ตัน แพ้ในบ้าน 2 เกมติด แต่เก็บเปิดบ้านยันเสมอ ลิเวอร์พูล ได้ช่วงต้นฤดูกาล ความมั่นใจยังพอมี แถมหงส์แดงก็มีชนักติดหลังต้องทำศึกแดงเดือดในวันอาทิตย์ และน่าจะใช้ชุดผสมลงเล่น ที่เป็นทีมชุดใหญ่มากกว่าเกมที่เจอพลีมัธ วันก่อน  แต่โอกาสเสมอมีสูง…

ซัดถล่ม ! เชลซีบุกอัดเอฟเวอร์ตัน 3-0

 

ใกล้ที่จะคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการแล้วนะครับ สำหรับเชลซี ซึ่งเกมล่าสุดที่ผ่านมานั้นก็สามารถที่จะบุกเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ถึง 3-0 ด้วยกัน แน่นอนเลยนะครับทำให้ในตอนนี้แต้มที่มีอยู่นั้นก็นำห่างรองจ่าฝูงอย่างสเปอร์สไปแล้วถึง 7 แต้มด้วยกัน และการแข่งขันที่เหลือนั้นก็ต้องลุ้นกันต่อไปนะครับถ้าหากเชลซีเกิดพลาดท่าแพ้ขึ้นมางานนี้ สเปอร์ส ที่รออยู่นั้นก็อาจจะเสียบแทนขึ้นแท่นไปได้อย่างแน่นอนนั่นเอง

ความพร้อมของทั้งสองทีมในเกมนี้นั้นดูรวมๆ แล้วนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนั้น ซึ่งเกมนี้ทั้งคู่น่าจะเปิดศึกที่จะลงดวลกันอย่างเมามันส์อย่างแน่นอน เปิดเกมมานั้นทางด้านเจ้าบ้านอย่างเอฟเวอร์ตันนั้นก็เกือบที่จะสามารถมีประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ แต่โรเมลู ลูกากู นั้นก็ล้มตัวยิงติดบล็อดทำให้พลาดท่าลูกนี้ไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ แต่ไม่ทันไรถัดมาไม่กี่นาทีนั้นทางด้านเชลซี ก็สามารถที่จะมีโอกาสตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วเลยนะครับ ซึ่งจังหวะนี้นั้นทางด้าน เปโดร โรดริเกซ ก็เข้ามาซัดแต่ก็พลาดลูกนี้ไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง แต่ดูเหมือนเกมในครึ่งแรกนั้นทางด้านทีมเยือนอย่าง เชลซี ก็มีโอกาสที่จะบุกทำประตูไปได้มากกว่านะครับแต่ในแต่ละลูกที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถที่จะยิงเข้ากรอบไปได้นั่นเอง ซึ่งทำให้ทั้งสองทีมในครึ่งแรกนั้นก็ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้นทำให้เสมอกันอยู่ 0-0 เปิดเกมมาในครึ่งหลังนั้นทางด้านทางด้านเอฟเวอร์ตันก็ขึ้นบุกกันอย่างหนักเลยนะครับ ในนาทีที่ 59 ก็มีโอกาสที่จะทำประตูแต่แล้วทางด้าน ลูกากู นั้นก็ได้ยิงเรียบไม่ตรงกรอบพลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่แล้วในนาทีที่ 66 นั้นทางด้านเชลซีก็มาม้ามืดเลยนะครับซึ่งสามารถที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ 1-0 ซึ่งในจังหวะนี้นั้นทางด้าน มาติช ก็ได้จ่ายบอลไปให้กับเปโดรก่อนที่จะซัดเข้ากรอบไปอย่างสวยงามนั่นเอง แต่แล้วไม่กี่นาทีถัดมาก็ดันมาได้ประตูที่สองอีกครั้ง ซึ่งลูกนี้นั้นก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 79 โดยลูกนี้นั้นทางด้านอาซาร์ก็ยิงไปก่อนแต่มุมแคบทำให้บอลไม่เข้ากรอบแต่ แกรี่ เคฮิลล์ นั้นที่เข้ามาก่อนที่จะซัดเน้นๆ เข้ากรอบไปอย่างสวยงามทำให้หนีนำไปก่อน 2-0 เท่านั้นยังไม่พอนะครับในนาทีที่ 87 นั้นทางด้าน เชลซี ก็สามารถที่จะขย้ำได้อีกลูกนึงนะครับ เมื่อในจังหวะนี้นั้นทางด้าน คอสต้า ก็ได้จ่ายบอลไปให้กับ ฟาเบรกาส ก่อนที่จะเร่งสปีดส่งบอลให้กับ วิลเลี่ยน แปเน้นๆ เรียบๆ เข้ากรอบไปอย่างสวยงามทำให้ขึ้นนำห่างมาเป็น 3-0 นั่นเอง ทำให้จบเกมนี้ไปนั้นทางด้านเชลซี ก็สามารถที่จะบุกมาเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไปได้ 3-0 เก็บสามแต้มไปครองไว้ได้สำเร็จ

 

 …

“ตราบาทหลวง” เซบีย่าเพิ่งพังพาบมาในนัดแรก

 

แม้ว่าเกมนี้จะเป็นเจ้าบ้านแต่ก็ไม่ได้เปรียบสักเท่าไหร่เพราะโดนยิงขาดเกินไป ตัวเจ็บมีเบล เปเป้ โควาชิช และวาสเกวซ แนวรุกวันนี้น่าจะเป็นสำรอง อย่างพวกโมราต้า ฮาเมส หรืออิสโก้ แดนกลางพวกโกเอาเทรา น่าจะได้ลง”ราชันชุดขาว” ชนะเกมลีกในบ้านติดต่อกันมา 5 นัด แถมเกมในนัดแรกก็ต้อนเซบีย่าขาดมาแล้ว 3-0 วันนี้ตรีมูลินาส โครน-เดลี่ และคาริกโก้ลงไมได้ ส่วนเกมนี้พวกเขาน่าจะส่งพวก คิโยทาเกะ ซาราเบีย และโยเวติชที่เพิ่งยืมมาจากอินเตอร์ ได้ลงนามเพื่อชิมลางทรรศนะ : เกมนี้ทั้ง 2 ทีมไม่น่าจะเน้นกันเท่าไหร่แล้วเพราะมีเกมลีกที่จะต้องไล่บี้กันต่อไป เนื่องจากสุดสัปดาห์นี้พวกเขาต้องเจอกันเองในสนามซานเชซปิซฆวน แห่งนี้ ส่วนบทสรุปของโกปาเดลเรย์คือ เสมอกันไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย”ตราหมา” ตอนนี้ทีมค่อนข้างตกตํ่าลงเรื่อยๆ จากกลุ่มลุ้นแชมป์เป็นยุโรป จากยุโรปเป็นกลางตาราง ตอนนี้อยู่ที่ 12 แต่ในศึกเฟรนช์คัพพวกเขาชนะ เอ็กเซลซิเยร์ไป 4-1 แนวรุกตามคาดนำโดย เอแดร์ ฮีโร่ศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมา โดยมีตัวทำเกมชั้นเยี่ยม มาร์กาน อามัลฟิตาโน่ และยาซาอีน เบนเซีย”ราชันชุดเขียว” ปีนี้ผลงานก็ไม่ค่อยเข้าตาเท่าที่ควรแต่ยังพอเล่นจนติดอันดับ 8 ของตารางลีกชั้น 1 แดน น้ำหอมในเวลานี้ ในบอลด้วยพวกเขาบุกไปพิชิตโครอิกซ์มา 4-1 ก่อนหน้าวันนี้ใช้ อุสมะ ทันนาเน่ โดยมีอองรี ไซเวต์ตัวยืมจากนิวคาสเซิล คอยทำเกมอยู่ด้านหลังเพื่อน แนวรับมีฟลอแร็ง ป็อกบาพี่ชายของปอล เป็นตัวชูโรงทรรศนะ : ทั้ง 2 ทีมเหมือนผีเน่ากับโลงผุค่อยๆ ตกลงเรื่อยๆ พอๆ กันแต่ฝ่ายเจ้าบ้านนั้นแย่กว่า หลังจากได้แชมป์เมื่อไม่กี่ปีก่อนตอนนี้กลายมาเป้นทีมกลางตาราง ต่างกับ ทีมเยือน ที่กำลังมาแถมยังมีบอลยุโรปให้ลุ้นทั้งพื้นที่และศึกปัจจุบันที่จะเจอกับแมนยูฯ ทีมเยือนมีโอกาสชนะ”จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ เรียกความมั่นใจได้พอสมควรหลังเสมอเอฟเวอร์ตัน และตบเอฟเวอร์ตันทีมเดียวกันถึงบ้าน ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 3 แต่วันนี้หนัก แถมต้องเสียมานี่ กับริยาด มาห์เรซ ที่ไปทำศึกเนชั่นส์คัพ  นำทัพเกมรุกคาดใช้  นำทัพเกมรุกคาดใช้  มาร์ค อัลไบร์ทตัน และ อาห์เหม็ด มูซา ป้อนให้ เจมี วาร์ดี้”สิงห์โตนน้ำเงินคราม” เชลซี โดนสเปอร์สหยุดสถิติชนะรวดเอาไว้ที่ 13 เกม แต่เรียกความมั่นใจด้วยการพิชิตปีเตอร์โบโร่ทีมสมันน้อยมา 4-1 วันนี้เทอรี่ติดโทษแบน อลอนโซ่ต้องรอเช็คความฟิต นำทัพเกมรุกคาดใช้ 3 ประสานล่าตะข่ายแบบจัดเต็ม ใช้ เปโดร โรดริเกซ , เอแดน อาซาร์ และ ดีเอโก้ คอสต้าทรรศนะ : เกมนี้ทั้ง 2 ทีมเตรียมทีมของตัวเองมาเป็นอย่างดี และก็เริ่มเรียกความมั่นใจกลับมา ทางฝั่งเจ้าบ้านได้เจมี วาร์ดี้หัวหอกตัวแสบกลับมาจากการติดโทษแบน 3 นัด น่าจะคายพิษสงได้มากกว่าใครเพราะได้พักไปนานมกา ดีไม่ดีมีลุ้นแบ่งแต้มจากจ่าฝูง ที่ปกติก็เน้นเล่นด้วยความรัดกุมอยู่แล้ว…

อาบน้ำร้อนมาแล้ว!! ‘คล็อปป์’ มั่น ‘บาร์ซ่า – มาดริด’ เหนื่อยหนักแน่หากมาเล่นในพรีเมียร์ลีก

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ทีมดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่รั้งอันดับสามของตารางอยู่ในขณะนี้ได้ออกมากล่าวว่าถ้าหากทีมชั้นนำของลีกสเปนอย่างบาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ต้องมาเล่นในพรีเมียร์ลีกนั้น จะต้องพบว่ามันยากและหินสุด ๆ แน่ๆ กว่าที่จะสามารถปรับตัวให้เข้ากับฟุตบอลที่นี่และและสภาพแวดล้อมต่างๆนั้นมันไม่ใช่งานง่ายๆอย่างแน่นอนหากคิดว่าจะคว้าแชมป์ลีกไปครองให้ได้ อดีตกุนซือโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังจาก บุนเดส ลีกา รายการฟุตบอลอันดับหนึ่ง ของเยอรมัน รายนี้สามารถกุมบังเหียนทีมของเขาขึ้นมารั้งอยู่อันดับที่ 3 ในตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ได้ โดยเหลือเกมให้ลงเล่นอีก 4 เกมด้วยกัน และตั้งเป้าที่จะคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้าให้ได้ โดยเขาได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Marca ตามรายงานของ FourFourTwo ว่า “แม้กระทั่งกับทีมชั้นยอดของสเปน มันก็จะยากมาก ๆ ที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก แน่นอนว่ามาดริดและบาร์ซ่าจะมาสู้เพื่อทุก ๆ อย่างแต่มันจะยากมาก ๆ” ไม่มีอะไรแน่นอนในรายการที่ชื่อว่าพรีเมียร์ลีก ความเข้มข้นมันสูงมาก ๆ และหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในแต่ละเกม มันไม่มีเกมไหนเลยที่คุณจะสามารถเอาชนะ 4-0 ได้ง่าย ๆ และพัก 11 ผู้เล่นตัวจริง” “มันไม่มีอยู่จริงในพรีเมียร์ลีก มันเป็นไปไม่ได้ในบุนเดสลีกาเช่นกันเว้นเสียแต่ว่าคุณคือบาเยิร์นมิวนิค  เชลซีกำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมแต่มันมีหลายเกมนะที่พวกเขาชนะ 1-0 และต้องตั้งรับจนถึงวินาทีสุดท้าย”                                                         “ผมมีประสบการณ์ในสองลีกและผมสามารถบอกได้เลยว่าลีกนี้โหดหินจริง ๆ ลองถามเป๊บ เอลดิโกล่า ดูก็ได้ เขาจะพูดเหมือนกันกับผมนี่แหละ! เพราะว่ามันไม่ได้ง่ายเลย แม้แต่นิดเดียว”สำหรับทีมลิเวอร์พูล หรือทีมหงส์แดงนั้นเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างดีเยี่ยม แต่กระนั้นในช่วงต้นปี 2017 พวกเขากลับโชว์ฟอร์มออกมาได้แย่มาก ๆ จนทำให้อันดับในตารางคะแนนรูดลงมาจนทำให้ความหวังจะเป็นแชมป์ลีกมลายหายไปในทันที กระนั้นสโมสรก็ยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นพื้นที่ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกภายใต้การกุมบังเหียนของคล็อปป์

แฟนบอลของลิเวอร์พูลหลายๆคน ก็ลุ้นมากเช่นเดียวกันว่าลิเวอร์พูลจะสามารถตีตั๋วไปแข่งขันในรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ได้หรือไม่ ในสภาวะที่ทีมมีความลุ่มๆดอนๆเช่นนี้ สาวกเดอะค็อปหลายคนเป็นกังวลอยากมาก เพราะลิเวอร์พูลนั้นไม่ได้เข้าร่วมแข็งขันในรายการนี้มาหลายฤดูกาลติดต่อกัน แต่สุดท้ายเราก็ต้องมาดูว่าสุดท้ายแล้วผลจะออกมาเป็นยังไง…

ซัดถล่ม ! เชลซีบุกอัดเอฟเวอร์ตัน 3-0

ใกล้ที่จะคว้าแชมป์อย่างเป็นทางการแล้วนะครับ สำหรับเชลซี ซึ่งเกมล่าสุดที่ผ่านมานั้นก็สามารถที่จะบุกเอาชนะเอฟเวอร์ตันไปได้ถึง 3-0 ด้วยกัน แน่นอนเลยนะครับทำให้ในตอนนี้แต้มที่มีอยู่นั้นก็นำห่างรองจ่าฝูงอย่างสเปอร์สไปแล้วถึง 7 แต้มด้วยกัน และการแข่งขันที่เหลือนั้นก็ต้องลุ้นกันต่อไปนะครับถ้าหากเชลซีเกิดพลาดท่าแพ้ขึ้นมางานนี้ สเปอร์ส ที่รออยู่นั้นก็อาจจะเสียบแทนขึ้นแท่นไปได้อย่างแน่นอนนั่นเอง
ความพร้อมของทั้งสองทีมในเกมนี้นั้นดูรวมๆ แล้วนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนั้น ซึ่งเกมนี้ทั้งคู่น่าจะเปิดศึกที่จะลงดวลกันอย่างเมามันส์อย่างแน่นอน เปิดเกมมานั้นทางด้านเจ้าบ้านอย่างเอฟเวอร์ตันนั้นก็เกือบที่จะสามารถมีประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ แต่โรเมลู ลูกากู นั้นก็ล้มตัวยิงติดบล็อดทำให้พลาดท่าลูกนี้ไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ แต่ไม่ทันไรถัดมาไม่กี่นาทีนั้นทางด้านเชลซี ก็สามารถที่จะมีโอกาสตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วเลยนะครับ ซึ่งจังหวะนี้นั้นทางด้าน เปโดร โรดริเกซ ก็เข้ามาซัดแต่ก็พลาดลูกนี้ไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้ง แต่ดูเหมือนเกมในครึ่งแรกนั้นทางด้านทีมเยือนอย่าง เชลซี ก็มีโอกาสที่จะบุกทำประตูไปได้มากกว่านะครับแต่ในแต่ละลูกที่ผ่านมาก็ยังไม่สามารถที่จะยิงเข้ากรอบไปได้นั่นเอง ซึ่งทำให้ทั้งสองทีมในครึ่งแรกนั้นก็ยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้นทำให้เสมอกันอยู่ 0-0 เปิดเกมมาในครึ่งหลังนั้นทางด้านทางด้านเอฟเวอร์ตันก็ขึ้นบุกกันอย่างหนักเลยนะครับ ในนาทีที่ 59 ก็มีโอกาสที่จะทำประตูแต่แล้วทางด้าน ลูกากู นั้นก็ได้ยิงเรียบไม่ตรงกรอบพลาดไปอย่างน่าเสียดาย แต่แล้วในนาทีที่ 66 นั้นทางด้านเชลซีก็มาม้ามืดเลยนะครับซึ่งสามารถที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ 1-0 ซึ่งในจังหวะนี้นั้นทางด้าน มาติช ก็ได้จ่ายบอลไปให้กับเปโดรก่อนที่จะซัดเข้ากรอบไปอย่างสวยงามนั่นเอง แต่แล้วไม่กี่นาทีถัดมาก็ดันมาได้ประตูที่สองอีกครั้ง ซึ่งลูกนี้นั้นก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 79 โดยลูกนี้นั้นทางด้านอาซาร์ก็ยิงไปก่อนแต่มุมแคบทำให้บอลไม่เข้ากรอบแต่ แกรี่ เคฮิลล์ นั้นที่เข้ามาก่อนที่จะซัดเน้นๆ เข้ากรอบไปอย่างสวยงามทำให้หนีนำไปก่อน 2-0 เท่านั้นยังไม่พอนะครับในนาทีที่ 87 นั้นทางด้าน เชลซี ก็สามารถที่จะขย้ำได้อีกลูกนึงนะครับ เมื่อในจังหวะนี้นั้นทางด้าน คอสต้า ก็ได้จ่ายบอลไปให้กับ ฟาเบรกาส ก่อนที่จะเร่งสปีดส่งบอลให้กับ วิลเลี่ยน แปเน้นๆ เรียบๆ เข้ากรอบไปอย่างสวยงามทำให้ขึ้นนำห่างมาเป็น 3-0 นั่นเอง ทำให้จบเกมนี้ไปนั้นทางด้านเชลซี ก็สามารถที่จะบุกมาเอาชนะ เอฟเวอร์ตันไปได้ 3-0 เก็บสามแต้มไปครองไว้ได้สำเร็จ…

ไฮไลท์ฟุตบอล! เยอรมันเบียดชิลีหวิวครองแชมป์คอนเฟดฯสมัยแรก

 

 

ไฮไลท์ฟุตบอลวันนี้ไปติดตามบรรยากาศที่สนาม เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดี้ยม เกมคู่ชิงชนะเลิศฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 ทีมชาติชิลีลงชิงชัยกับเยอรมัน ด้านชิลี เทรนเนอร์ ฆวน อันโตนิโอ ปิซซี่ วางอาร์ตูโร่ วีดาลเป็นหัวใจในแดนกลาง เกมรุกหวังพึ่งทีเด็ดของ อเล็กซิส ซานเชซ และเอดูอาร์โด้ วาร์กาส  ส่วนอินทรีเหล็กคึกเต็มที่หลังจากทุบเม็กซิโกมาในรอบก่อนหน้า ทีมเชฟโยอาคิม เลิฟ ส่ง เลออน โกเร็ทซ์ก้า กองกลางฟอมฮอตออกสตาร์ทตัวจริง กัปตันทีมยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ปั้นเกมรุก แดนหน้าเชื่อใจ ติโม แวร์เนอร์ ที่นำดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์

เกมเริ่มต้นมา ชิลีทำได้วูบวาบกว่า นาทีที่ 4 ปาโบล เอร์นานเดซ สอดทะลุมารับบอลในเขตโทษแม้บอลจะพันแข้งพันขาแต่ยังแตะคืนให้ ชาร์ลส์ อารันกีซ วิ่งมายิงเหน่งๆในกรอบฝั่งซ้ายให้ มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้นต้องออกแรงเซฟ

นาที 19 ชิลีน่าจะได้ประตู ไฮไลท์ฟุตบอลจังหวะได้ลุ้นของชิลี เมื่ออาร์ตูโร่ วีดาลได้ส่องไกล มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้นต้องล้มตัวทุบบอลไว้แต่บอลยังไม่พ้นอันตราย อเล็กซิส ซานเชซ ปรี่เข้ากระดกบอลแต่ก็ไม้เข้ากรอบ เยอรมันรอดเสียประตูหวุดหวิด

อึดใจเดียวกันเยอรมันที่รูปเกมเป็นรองก็มายิงประตูแซงนำได้สำเร็จ ไฮไลท์ฟุตบอลประตูแรกของเกม จากความผิดพลาดของ มาร์เซโล่ ดีอาซ ที่เล่นเหม่อจนโดน ติโม แวร์เนอร์ ฉกบอลไปได้จากหน้าเขตโทษ ก่อนโชความใจกว้างถวายพานต่ออีกทอดให้ ลาร์ส สตินเดิ้ล ที่กางมุ้งรอแปโล่งๆ เข้าไปเป็น 1-0

ก่อนหมดครึ่งแรกเยอรมันน่าจะได้เม็ดสอง เมื่อชิลีเสียบอลหน้ากรอบเขตโทษอีกครั้ง เซบาสเตียน รูดี้ แทงทะลุไปเสาไกลให้ โกเร็ตซ์ก้า หลุดไปยิงยัดมุมแคบแต่ก็ยังไม่ผ่านเคลาดิโอ บราโว่มือกาวชิลี

ครึ่งหลัง นาที 59 เกมเริ่มเดือดเมื่อ อาร์ตูโร่ วีดาล ไปมีเรื่องกับ โยชัว คิมมิช จนกรรมการต้องแจกใบเหลืองให้ทั้งคู่

นาที 65 ชิลีเกือบเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ กอนซาโล่ ฮาร่า กองหลังชิลี ไปตีศอกใส่หน้าของ ติโม แวร์เนอร์ ทำให้ผู้ตัดสินขอดูภาพ VAR ซึ่งผู้บรรยายต่างพูดตรงกันว่าต้องเป็นใบแดงแน่ๆ แต่หลังจากเช็กภาพช้าจากทีมงานแล้วผู้ตัดสินก็แจกเพียงใบเหลืองให้ฮาร่าเท่านั้น

นาทีที่ 74 ชิลีได้เสียว เมื่อกองหลังเยอรมันดักบอลในเขตโทษไม่ขาด อเล็กซิส วิ่งมาปั๊มบอลจนปลิ้นมาเข้าทาง อาร์ตูโร่ วีดาล หวดเผาขน แต่ มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น ยังปัดข้ามคานไปได้อย่างเหลือเชื่อ

ท้ายเกมแม้ชิลีจะกดดันใส่อินทรีเหล็กอย่างต่อเนื่อง แต่เยอรมันก็ได้ความหนึบของ มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น ช่วยเซฟไว้ได้ทั้งหมด ทำให้จบเกม เยอรมันเฉือนชนะชิลีไป1-0 คว้าแชมป์คอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ เป็นสมัยแรก แล้วกลับมาพบกับไฮไลท์ฟุตบอลลีกดังได้ทุกวันที่นี่  ไฮไลท์ฟุตบอลสดใหม่ ทันใจ ต้องที่นี่ทีเดียวเท่านั้น…

“ทีมในฝัน” สิโรจน์หยอดหวานเตรียมซบกิเลนเลกสอง

 

หลังจากที่ตกเป็นข่าวลือหนาหูว่า สิโรจน์ ฉัตรทอง จะย้ายมาซบ กิเลนผยอง ล่าสุดเขาได้เข้ารับการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงรอชูเสื้อเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สิโรจน์ ฉัตรทอง กองหน้าดีกรีทีมชาติไทย เตรียมย้ายจาก อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด มาซบ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก ช่วงเลกสอง หลังจากเข้ารับการตรวจร่างกายผ่านที่โรงพยาบาลกรุงเทพเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เหลือเพียงแค่รอชูเสื้อเปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น โดยกองหน้าวัย 24 ปีชาวอีสานใต้คนนี้ใด้เปิดใจครั้งแรกภายหลังจากตรวจร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้วว่

“ก็โอเคครับ การตรวจร่างกายไม่มีปัญหาอะไร เมืองทองได้ติดต่อไปทางสโมสรครับไม่ได้ติดต่อโดยตรงทางผม ถ้าได้ร่วมงานจริงๆก็ดีใจมากครับ เป็นทีมชั้นนำของประเทศไทย นักบอลคนไหนก็ฝันมาเล่นที่นี่ครับ”

“ยังไม่ได้บอกเพื่อนๆในทีมชาติเลยครับ”

“ส่วนเป้าหมายคืออยากได้แชมป์กับเมืองทองครับ ต้องแชมป์ครับ ขอบคุณสำหรับโอกาส ผมทำงานหนักมาตลอดเพื่อรอโอกาสนี้ ดีใจและคุ้มค่าที่รอโอกาสมานาน” สิโรจน์กล่าว

สำหรับ สิโรจน์ ฉัตรทอง ปัจจุบันอายุ 24 ปี เป็นคนจังหวัดสุรินทร์ ถนัดเท้าขวา มีส่วนสูงถึง 184 ซม. เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับทีม นนทบุรี เอฟซี ในศึกดิวิชั่น 2 จากนั้นไปอยู่กับ บีซีซี เทโร เอฟซี แต่ไม่เคยถูกดันขึ้นไปเล่นชุดใหญ่เลย จนกระทั่งย้ายมาอยู่กับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2016 ในดิวิชั่น 1 (เอ็ม 150 แชมเปี้ยนส์ชิพ ในปัจจุบัน) เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นประวัติศาสตร์ของ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด หลังจากที่มีส่วนสำคัญในการพาทีมเลื่อนชั้นสู่โตโยต้า ไทยลีก เป็นครั้งแรกในปีนี้ และยังเป็นการลงเล่นลีกสูงสุดครั้งแรกของเขา ซึ่งผลงานปัจจุบันลงสนามไปแล้วทั้งหมด 16 นัด ทำไป 5 แอสซิสต์ แต่ยังยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว แล้วเชื่อหรือไม่ว่าสิโรจน์ไม่เคยติดเยาวชนทีมชาติไทยหรือนักเรียนไทยรุ่นไหนมาก่อนเลย จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วเขาได้รับโอกาสจากอดีตโค้ชซิโก้เรียกมาติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในวัย 23 ปี ประเดิมสนามแรกเป็นเกมอุ่นเครื่องที่บุกไปพ่ายให้กับทีมชาติกาตาร์ 0-3 ก่อนเป็นส่วนหนึ่งในชุดฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย มีส่วนพาทีมคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ปี 2016 ซึ่งยิงไป 3 ประตู สำหรับการย้ายมาซบกิเลนผยองในเลกที่สองของเจ้าตัวนั้น  นับว่าเป็นกองหน้าจากอีสานใต้รายที่สาม ของทีม ซึ่งมีถิ่นฐานบ้านเกิดมาจากจังหวัดสุรินทร์เหมือนกันกับกับ ธีรศิลป์ แดงดา ส่วน อดิศักดิ์ ไกรษร นั้นก็มีถิ่นฐานจากจังหวัดบุรีรัมย์…